การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาปาสคาล
ประวัติความเป็นมา | องค์ประกอบของภาษาปาสคาล | คำสั่งในการเขียนโปรแกรม



ประวัติการพัฒนาภาษาปาสคาล
   
           ประมาณปี ค.ศ.1970 ภาษาระดับสูงภาษาหนึ่งได้ถูกสร้างโดยดร.นิคลอล เวียร์ต
(Professor Doctor Niklaus Wirth) ชาวเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ซึ่งต้องการพัฒนาให้เป็นภาษาสำหรับฝึกเขียนโปรแกรมสั่งงานคอมพิวเตอร์
อย่างมีระบบระเบียบ และได้กำหนดให้ภาษาใหม่นี้ชื่อว่า ภาษาปาสคาล
(Pascal Language) เพื่อเป็นเกียรติแก่ Blaise Pascal
ผู้สร้างเครื่องคิดเลขเครื่องแรกของโลก

          ภาษาปาสคาลมีต้นแบบมาจากภาษา ALGOL (Algorithmic Language) และตัวภาษาปาสคาลเองก็ได้ถูกพัฒนาต่อไปเป็นภาษาที่รู้จักกันในชื่อต่าง ๆ เช่น ภาษา Modulaz ภาษา Ada ซึ่งเป็นภาษาที่ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับความนิยมในการอนาคต

องค์ประกอบของภาษาปาสคาล

องค์ประกอบรายละเอียดความหมายรูปแบบการใช้งาน
ส่วนหัวของโปรแกรมProgramเป็นการกำหนดชื่อโปรแกรมที่เขียนขึ้นมาใช้งานProgram ชื่อโปรแกรม;
ส่วนกำหนดข้อมูลUsesเป็นส่วนของเก็บข้อมูลหลังจากที่มีการแปลความหมายของภาษาที่เขียนขึ้นUses ชื่อยูนิต;
Constเป็นการกำหนดค่าคงที่เพื่อใช้ในโปรแกรมConst ชื่อค่าคงที่ = ค่าที่กำหนด;
Varเป็นการประกาศค่าตัวแปรที่จะนำมาใช้ในการเก็บข้อมูลVar ชื่อตัวแปร = ชนิดตัวแปร;
Procedureเป็นการกำหนดโปรแกรมย่อยเพื่อนำไปใช้งานในโปรแกรมหลักProcedure ชื่อโปรแกรมย่อย;
FunctionFunction ชื่อโปรแกรมย่อย;
ส่วนประโยคคำสั่งBeginเป็นการกำหนดว่า ในส่วนคำสั่งจะต้องเริ่มต้นจากบรรทัดนี้เป็นต้นไป Begin
คำสั่งต่าง ๆเป็นการเขียนคำสั่งในการประมวลตามที่ได้ออกแบบไวขึ้นอยู่กับการเลือกใช้คำสั่ง
End.เป็นการกำหนดว่า สิ้นสุดการทำงานEnd.



BACK | TOP





กฎการตั้งชื่อตัวแปร
         1. ต้องไม่ซ้ำกับคำสงวน
         2. ต้องประกอบด้วยตัวอักษร, ตัวเลข
             และเครื่องหมายขีดล่าง ( _ ) เท่านั้น
         3. ต้องขึ้นต้นด้วยตัวอักษรหรือขีดล่างเท่านั้น
             ห้ามขึ้นต้นด้วยตัวเลข
         4. ต้องมีความยาวไม่เกิน 63 ตัวอักษร


BACK | TOP



ชนิดของตัวแปร
ความหมาย
Real (จำนวนจริง) ข้อมูลที่เป็นตัวเลขที่มีจุดทศนิยมหรือเป็นตัวเลขเศษส่วน
Integer (จำนวนเต็ม) ข้อมูลที่ไม่มีจุดทศนิยมและมักเป็นเลขที่ใช้นับจำนวน
Char (อักขระ) A - Z, a - z, _ , 0 - 9 , ตัวอักขระพิเศษ เช่น @, #, $, ?, < , >
String (ข้อความ) ข้อมูลชนิดข้อความ
Boolean (บูลีน) จะมีผลลัพธ์เพียง 2 ค่า คือ True (จริง), False (เท็จ)


BACK | TOP





คำสั่งในการเขียนโปรแกรม

แสดงผล
| รับข้อมูล | ตัวดำเนินการ | ตัวอย่างโปรแกรม | การใช้โปรแกรม Turbo Pascal


การแสดงผลข้อมูล (Write และ Writeln)
   เป็นคำสั่งที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์ออกทางอุปกรณ์แสดงผล เช่น จอภาพ, เครื่องพิมพ์ เป็นต้น
   รูปแบบ  :  Write (รายการข้อมูล:ความกว้างข้อมูล:จำนวนทศนิยม);
                  Writeln (รายการข้อมูล:ความกว้างข้อมูล:จำนวนทศนิยม);
                  Writeln;
   ตัวอย่าง :  Write ('Hi');
                  Write (Hi);
                  Writeln ('Hello',Name);
                  Writeln;







  ความหมาย : ถ้าเขียนคำสั่ง Write หรือ Writeln แล้วตามด้วยรายการข้อมูล
จะทำการแสดงรายการข้อมูลเรียงตามลำดับ แต่ คำสั่ง Writeln ที่ไม่มีรายการข้อมูลต่อท้าย
จะเป็นการสั่งให้เคอร์เซอร์เลื่อนไปยังตำแหน่งแรกของบรรทัดถัดไปหรือเป็นการขึ้นบรรทัดใหม่

หมายเหตุ
คำสั่ง Write และ Writeln มีรูปแบบคำสั่งเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ คำสั่ง Writeln นั้น เมื่อเครื่องแสดงผลลัพธ์ออกทางจอภาพแล้ว เคอร์เซอร์จะเลื่อนไปยังตำแหน่งแรกของบรรทัด
ถัดไป ส่วนคำสั่ง Write เคอร์เซอร์จะอยู่ที่ตำแหน่งถัดไปในบรรทัดเดียวกันของผลลัพธ์ที่ถูกแสดงผล

TOP





การรับข้อมูล (Read และ Readln)




   เป็นคำสั่งที่ใช้ในการรับข้อมูลซึ่งถูกป้อนเข้าทางคีย์บอร์ด
      รูปแบบ : Read (ตัวแปร1,ตัวแปร2,…);
                    Readln (ตัวแปร1,ตัวแปร2,…);
                    Readln;
     ตัวอย่าง : Read (X);
                    Readln (X,Y);
                    Readln;

ความหมาย : ถ้าเขียนคำสั่ง Read หรือ Readln แล้วตามด้วยตัวแปรจะเป็นการอ่านข้อมูลที่ผู้ใช้โปรแกรมได้พิมพ์ทางคีย์บอร์ดไปเก็บไว้ในตัวแปรที่กำหนด แต่คำสั่ง Readln ที่ไม่มีตัวแปรต่อท้ายจะเป็นการสั่งให้เครื่องหยุดเพื่อรอรับการกดปุ่ม Enter ซึ่งเมื่อเรากดปุ่ม Enter แล้ว โปรแกรมจะทำตามคำสั่งอื่น ๆ ต่อไป

หมายเหตุ
คำสั่ง Read และ Readln มีรูปแบบคำสั่งเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ คำสั่ง Readln นั้น เมื่อเครื่องรับข้อมูลที่ป้อนแล้วเคอร์เซอร์จะเลื่อนไปยังตำแหน่งแรกของบรรทัดถัดไป ส่วนคำสั่ง Read เมื่อเครื่องรับข้อมูลที่ป้อนแล้ว เคอร์เซอร์จะอยู่ตำแหน่งถัดไปในบรรทัดเดียวกัน

 

BACK | TOP





ตัวดำเนินการ (Operator)

ตัวดำเนินการในภาษาปาสคาลแบ่งออกได้หลายชนิด แต่ที่จะพบมากที่สุดได้แก่

1. ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ คือ ตัวดำเนินการที่ใช้ในการคำนวณค่าต่าง ๆ ทางคณิตศาสตร์ต่าง ๆ โดยจะกระทำกับข้อมูลที่เป็นตัวเลข คือ จำนวนจริงหรือจำนวนเต็มเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นข้อมูลชนิดตัวเลข
ตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ + , - , * , / , div (การหารจำนวนเต็ม) , mod (การหารเอาเศษ)

 

2. ตัวดำเนินการเปรียบเทียบ เป็นตัวดำเนินการที่ใช้ในการเปรียบเทียบค่าข้อมูล 2 ตัว ว่าเป็นจริงหรือเท็จตามการเปรียบเทียบนั้น ๆ ผลลัพธ์ของการเปรียบเทียบจะเป็นข้อมูลชนิดบูลีน คือ มีค่าเป็นจริง (true) หรือ เท็จ (False) ค่าข้อมูลที่จะนำมา
เปรียบเทียบนั้นจะต้องเป็นข้อมูลชนิดเดียวกัน
ตัวดำเนินการชนิดนี้ได้แก่ = , < , > , < > , > = , <= , in (ใช้กับข้อมูลที่เป็นเซต)


3. ตัวดำเนินการบูลีน ได้แก่ not , and , or , xor ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องมีค่าเป็นจริง (True) หรือเท็จ (False) เท่านั้น


BACK | TOP





ตัวอย่างการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาปาสคาล


โปรแกรมการแสดงชื่อ, อายุ
Program

Uses     

Var


Begin






End.
Showname;

Wincrt;

Name : String;
Age : Integer;


Write('Enter Your Name>');Readln(Name);
Write('Age>');Read(Age);
Writeln('My name is ',Name);
Writeln('I am ',Age,' years old');

ผลลัพธ์ที่ปรากฏ
Enter Your Name > KANCHANA
Age > 20
My name is KANCHANA
I am 20 years old




BACK | TOP




การใช้โปรแกรม Turbo Pascalเปิด/ปิดโปรแกรม | รันโปรแกรม | บันทึกข้อมูล



การเปิด / ปิดโปรแกรม
 การเปิดโปรแกรม Turbo Pascal
คลิกที่ปุ่ม Start > Program > TPW 1.5 > TPW 1.5
หลังจากนั้นจะปรากฏภาพดังตัวอย่าง
 



การปิดโปรแกรม Turbo Pascal
คลิกที่เมนู File> Exit หรือ ที่ปุ่มกากบาทมุมขวาบนของโปรแกรม






TOP








การรันโปรแกรม หรือ แปลความหมายของภาษา
   
   
1. เมื่อต้องการจัดเก็บโปรแกรม ให้คลิกที่เมนู Run > Run หรือ
กดปุ่ม Ctrl + F9
2. จะปรากฎดังภาพตัวอย่าง
แต่ถ้าโปรแกรมนั้นมีข้อผิดพลาดจะปรากฎแทบสีดำตรงกับบรรทัดที่เป็นปัญหา








BACK | TOP





การบันทึกข้อมูล
1. เมื่อพิมพ์คำสั่งที่ต้องการ ให้คลิกที่เมนู file > Save as 2. จะปรากฎดังภาพตัวอย่าง ให้ตั้งชื่อตามที่ต้องการในช่อง File name หลังจากนั้นดับเบิ้ลคลิกเลือกห้องที่ใช้ในการเก็บข้อมูลในช่องของ Directories เมื่อดำเนินการเสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่ม OK


BACK | TOP

  กิจกรรมที่ 4